เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการส่งออก ที่กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่นิ่ง

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2568 ขยายตัวที่ระดับ 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.8%

ภาคท่องเที่ยวฟื้นต่อเนื่อง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนเมษายน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 13.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตลาดที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ จีน อินเดีย และมาเลเซีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาแตะระดับ 80% ของก่อนช่วงโควิด-19 หลังการเปิดเส้นทางการบินตรงเพิ่มเติมไปยังเมืองรอง

"การที่เราเห็นนักท่องเที่ยวกลับมาในระดับใกล้เคียงปี 2562 เป็นข่าวดี แต่ความท้าทายคือทำอย่างไรให้ภาคบริการกระจายรายได้ลงไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กในต่างจังหวัด"

การส่งออกขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี

ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 26,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.4% เป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และสูงที่สุดในรอบ 2 ปี

กลุ่มสินค้าหลักที่หนุนการส่งออก ได้แก่:

  • อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ — โต 12.6% ตามความต้องการชิ้นส่วนเพื่อ AI และคลาวด์
  • ยานยนต์และชิ้นส่วน — โต 6.8% โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในไทย
  • สินค้าเกษตรแปรรูป — โต 5.2% ข้าวและผลไม้กระป๋องยังเป็นพระเอก

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่อาจกระทบการฟื้นตัว ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาท ราคาพลังงานในตลาดโลก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่

ขณะเดียวกัน หนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงราว 91% ของ GDP ก็เป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักอีกตัวหนึ่งของเศรษฐกิจ

ทิศทางครึ่งปีหลัง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวที่ 3.0–3.5% โดยจะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในเดือนหน้าหลังเห็นสัญญาณบวกของไตรมาสนี้

หากการฟื้นตัวยังเป็นไปตามทิศทางปัจจุบัน ปี 2568 อาจเป็นปีแรกในรอบ 5 ปีที่เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ใกล้เคียงกับศักยภาพระยะยาว